— งัดใช้ Agentic AI พลิกโฉมระบบปฏิบัติการและบำรุงรักษา
เซี่ยงไฮ้, 30 ต.ค. 2569 /PRNewswire/ -- Huawei ได้จัดเวทีสัมมนาด้านระบบปฏิบัติการและบำรุงรักษาสำหรับภาคอุตสาหกรรม ในงาน HUAWEI CONNECT 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการ Shanghai Expo Center ในธีม "Agentic AI Redefining the New O&M Paradigm" (งัดใช้ Agentic AI พลิกโฉมระบบปฏิบัติการและบำรุงรักษา) ซึ่งภายในงานนี้ Huawei ได้เปิดตัวโซลูชัน O&M ภาคอุตสาหกรรมรุ่นล่าสุดประจำปี 2026 พร้อมประกาศความร่วมมือในการจัดทำรายงาน O&M Agent Research Report (2026) โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่าน O&M ไปสู่ยุคดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ยกระดับแพลตฟอร์ม MindOps พร้อมเปิดตัวโซลูชัน O&M ใหม่รองรับภาคอุตสาหกรรม
Huawei นำเทคโนโลยีดิจิทัลทวินและโมเดลเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรม มาใช้สร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการงาน O&M แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดเหตุ การรับมือระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเอเจนต์ พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัว 4 โซลูชันที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
นอกจากนี้ Huawei ยังได้เปิดตัวโซลูชัน O&M สำหรับภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ โดยอาศัยแพลตฟอร์ม MindOps โซลูชันเหล่านี้ประกอบด้วย Smart NOS 5.0, Exclusive Government Service 3.0, Power Specific Service 3.0 และ Transportation Specific Service 3.0
Smart NOS 5.0: ใช้โมเดล O&M เฉพาะทาง ยกระดับประสิทธิภาพการซ่อมแซมเครือข่ายยามฉุกเฉิน ด้วยเอเจนต์อัจฉริยะที่ช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยงและบริหารจัดการข้อผิดพลาด โดยมีเอเจนต์อัจฉริยะสกัดองค์ความรู้และวิเคราะห์แก้ไขปัญหาตามบริบทบริการ ซึ่งช่วยแก้ไขเหตุขัดข้องที่คาดการณ์ได้อย่างอัตโนมัติถึง 80% ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการวินิจฉัยเหตุขัดข้องระบบการเงิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปรึกษาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติการณ์จากความเสี่ยงซ่อนเร้นลดลงถึง 50% ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบุพิกัดข้อผิดพลาดข้ามระบบได้ถึง 30%
Exclusive Government Service 3.0: ออกแบบมาเพื่อขจัดปัญหาท้าทายบนระบบ e-Government อาทิ การขาดความเข้าใจบริบทบริการ ความซับซ้อนในการตรวจหาสาเหตุขัดข้องข้ามชั้นระบบ และการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า โดยโซลูชันนี้ได้ยกระดับขีดความสามารถ O&M แบบบูรณาการด้วย AI อัจฉริยะ ผ่านระบบสืบค้นทรัพยากรอัจฉริยะและระบบแก้ไขเหตุขัดข้องฉุกเฉิน ซึ่งช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นทรัพยากรและเพิ่มความแม่นยำในการระบุพิกัดปัญหา ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรดิจิทัลแบบรวมศูนย์ยังช่วยจัดระเบียบเวิร์กโฟลว์การอนุมัติและตรวจสอบโครงการซ้ำซ้อน ส่งผลให้อัตราการนำทรัพยากรไปใช้จริงเพิ่มขึ้น 17%
Power Specific Service 3.0 และ Transportation Specific Service 3.0: ผสานรวมเอเจนต์อัจฉริยะด้านการวินิจฉัยเหตุขัดข้องและ FME Mate เข้าไว้บนแพลตฟอร์ม MindOps โดยโซลูชันสำหรับภาคพลังงานจะช่วยยกระดับการป้องกันความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด สามารถลดเวลาในการระบุพิกัดข้อผิดพลาดจาก 1 ชั่วโมงเหลือเพียง 15 นาที ขณะที่โซลูชันสำหรับกลุ่มขนส่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์เหตุขัดข้องข้ามระบบ ส่งผลให้ประสิทธิภาพงาน O&M เพิ่มขึ้น 40% อีกทั้งบริการ O&M แบบบูรณาการยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบทางหลวงอัจฉริยะด้วย
สำหรับอนาคตข้างหน้า Huawei จะยังคงมุ่งมั่นยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนานวัตกรรมบริการ ICT O&M ให้ก้าวหน้า เจาะลึกการใช้งานในแต่ละบริบทจริง ตลอดจนร่วมสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและระบบอัจฉริยะได้สำเร็จ
SOURCE Huawei


Share this article