HUAWEI CONNECT 2026 | Huawei เดินหน้าอัปเกรดโซลูชัน Stellar AI Fabric เสริมแกร่งเครือข่ายประมวลผล AI ทรงประสิทธิภาพ ตอบโจทย์งานโปรดักชัน
เซี่ยงไฮ้, 21 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ -- ในงาน HUAWEI CONNECT 2026 ทาง Huawei ได้จัดงาน AI DC Innovation Summit ขึ้นในธีม "Leading AI DC Innovation, Shaping the Agentic World" โดยมีผู้นำในอุตสาหกรรมและนักวิจัยเข้าร่วมกว่า 600 คน ซึ่งภายในงานนี้ Huawei ได้เปิดตัวโซลูชัน Stellar AI Fabric รุ่นอัปเกรด เพื่อรองรับการทำงานของระบบให้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด พร้อมดึงประสิทธิภาพการประมวลผลออกมาใช้อย่างคุ้มค่าสูงสุดสำหรับคลัสเตอร์ AI ระดับโปรดักชัน
ปาฐกถาพิเศษ: การออกแบบโครงสร้างเครือข่ายยุค Agentic AI
คุณ Erick Zhang ประธานส่วนผลิตภัณฑ์เครือข่ายศูนย์ข้อมูล กลุ่มผลิตภัณฑ์สื่อสารข้อมูลของ Huawei ชี้ว่า AI กำลังพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลแบบเดิมให้กลายเป็นโรงงานประมวลผล ซึ่งในยุค Agentic นี้ โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายเป็นปัจจัยชี้ขาดปริมาณการประมวลผลโทเคนและประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวม
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว โซลูชัน Stellar AI Fabric รุ่นอัปเกรด ได้ผสานรวมสถาปัตยกรรม Rock-Solid Architecture 2.0, แผนที่ดิจิทัล StarryWing Digital Map 2.0, Hyper-Converged Fabric (HCF) และระบบกระจายโหลดเครือข่ายระดับแพ็กเก็ต (NPLB) เข้าด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น NetMaster ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI ดูแลระบบเครือข่ายเวอร์ชันอัปเกรด ยังช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาเครือข่ายได้แบบอัตโนมัติถึง 95% ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาล
Huawei เปิดตัวสวิตช์ 2 ตระกูลใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลความหนาแน่นสูงโดยเฉพาะ ได้แก่
- CloudEngine SF9300 (สวิตช์ UBG): มาพร้อมสถาปัตยกรรมแบบสองชั้นหลายระนาบ ช่วยลดต้นทุนการวางระบบลง 30% พร้อมระบบส่งต่อข้อมูลแบบ UB ช่วยลดความหน่วงแบบปลายทางถึงปลายทางลงได้ถึง 40% ทั้งยังยกระดับความเสถียรของการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี Link-Layer Retransmission (LLR) ที่ช่วยฟื้นฟูสัญญาณในระดับไมโครวินาที และแก้ปัญหาแพ็กเกจข้อมูลสูญหายขณะเกิดภาวะลิงก์ไร้เสถียรภาพได้อย่างหมดจด
- CloudEngine XH9300 (สวิตช์ NPO): เติมเต็มสมรรถนะการประมวลผลระดับ 100T และ 51.2T อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ เลือกใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบรวมศูนย์ร่วมกับ 3.2T Optical Engine (OE) ช่วยลดการใช้พลังงานในการเชื่อมต่อลงได้ถึง 40% นอกจากนี้ การตัดขั้นตอน Optical DSP (oDSP) ออก ยังช่วยลดความหน่วงในการส่งต่อข้อมูลลง 26% ขณะที่หัวต่อออปติคัลถอดได้แบบ Snap-in ก็ช่วยเพิ่มความเร็วในกระบวนการซ่อมบำรุงได้ถึง 10 เท่า
มาตรฐานอุตสาหกรรมการเงินและการนำไปใช้ในงานวิจัย
สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงินแห่งปักกิ่ง ร่วมกับ Huawei และพันธมิตรอีก 17 ราย ร่วมกันเปิดตัว Technical Specification for Network High Availability of Financial Data Center (ข้อกำหนดทางเทคนิคด้านความพร้อมใช้งานสูงของระบบเครือข่ายสำหรับศูนย์ข้อมูลทางการเงิน) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดเกณฑ์ทางเทคนิคและวิธีการทดสอบครอบคลุม 2 หมวดหมู่ และรูปแบบเครือข่าย 5 ประเภท ทั้งภายในศูนย์ข้อมูลและระหว่างศูนย์ข้อมูล เพื่อประเมินความซ้ำซ้อนของสถาปัตยกรรม การฟื้นฟูระบบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด และการป้องกันเชิงรุก
ด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้น คุณ Qi Fazhi ผู้อำนวยการศูนย์คำนวณ สถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง (IHEP) แห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เปิดเผยว่า โซลูชัน Stellar AI Fabric ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มขึ้นกว่า 10% ทั้งยังใช้ระบบกระจายโหลดทั่วทั้งเครือข่ายเข้ามาแก้ปัญหาความไม่สมดุลของปริมาณการรับส่งข้อมูลระหว่างการเทรน ส่งผลให้รับส่งข้อมูล Telemetry ปริมาณมหาศาลได้อย่างราบรื่น และช่วยเร่งความเร็วในการวิเคราะห์สัญญาณอวกาศห้วงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับอนาคตข้างหน้านั้น Huawei ยังคงมุ่งมั่นลงทุนในระบบเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลแห่งอนาคต
SOURCE HUAWEI
Share this article