Johnson Controls เข้าร่วมโครงการ Sustainable Tropical Data Centre Testbed 2.0 เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งอนาคต
- โครงการดังกล่าวได้เข้ามาสำรวจแนวทางในการขยับขยาย AI อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านพลังงาน น้ำ และพื้นที่ ในขณะที่สิงคโปร์กำลังขยายขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูล
- Johnson Controls ได้นำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการความร้อน ระบบควบคุม วิศวกรรม และการดำเนินงาน มาร่วมค้นหาวิธีการลดการใช้พลังงานและน้ำ ไปพร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล
- งานวิจัยจากความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับสิงคโปร์ และตลาดอื่นๆ ในเขตร้อน
สิงคโปร์ 29 กันยายน 2569 /PRNewswire/ -- Johnson Controls (NYSE: JCI) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการความร้อน ระบบอาคารที่มีความสำคัญระดับวิกฤต ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยคาร์บอนได้ประกาศเข้าร่วมโครงการ Sustainable Tropical Data Centre Testbed (STDCT) 2.0 ซึ่งจัดขึ้นที่ College of Design and Engineering (CDE) ณ National University of Singapore (NUS) โดยโครงการ STDCT 2.0 จะประเมินเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลและ AI แห่งอนาคตภายใต้สภาพแวดล้อมเขตร้อนในสถานการณ์จริง ในขณะที่สิงคโปร์กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งรวมถึงการจัดสรรความจุของศูนย์ข้อมูลเพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์เมื่อเร็วๆ นี้ Johnson Controls จะนำเทคโนโลยีการจัดการความร้อนระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ระบบควบคุมอัจฉริยะ ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และประสบการณ์การดำเนินงาน มาร่วมขับเคลื่อนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถขยายขีดความสามารถของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และใช้ทรัพยากรน้อยลง
โครงการ STDCT 2.0 ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะจูร่ง เป็นการรวบรวมภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาเพื่อร่วมประเมินเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลและ AI ที่กำลังเกิดใหม่ภายใต้สภาพอากาศเขตร้อนในสถานการณ์จริง สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างร่วมกับ JTC Corporation และพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อพลิกโฉมเกาะจูร่งให้เป็นพื้นที่ทดสอบการใช้งานจริงสำหรับโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตแบบคาร์บอนต่ำที่พร้อมรองรับ AI อุณหภูมิและความชื้นที่สูงก่อให้เกิดความท้าทายเฉพาะตัวต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยงานวิจัยจากโครงการนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับการออกแบบศูนย์ข้อมูลในอนาคตทั่วสิงคโปร์และตลาดเขตร้อนอื่นๆ
รับมือกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI
Johnson Controls ช่วยให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลสามารถรับมือกับข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดในการเติบโตของ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งรวมถึงความพร้อมของพลังงานไฟฟ้า การใช้น้ำ และความจุของโครงสร้างพื้นฐาน โดย Johnson Controls ได้เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนิเวศการจัดการความร้อนทั้งหมดผ่านพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีการจัดการความร้อนแบบครบวงจร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและสร้างความสามารถในการประมวลผลเพิ่มเติมจากทรัพยากรพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม แนวทางแบบบูรณาการนี้สามารถลดการใช้พลังงานในส่วนที่ไม่ใช่ระบบไอทีในการออกแบบจำลองได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการทำความเย็นแบบดั้งเดิม
Johnson Controls กำลังสร้างขีดความสามารถในการประมวลผล AI เพิ่มเติมจากพลังงานที่อาจสูญเสียไปเป็นความร้อนเหลือทิ้ง การออกแบบอ้างอิงของเครื่องทำน้ำเย็นแบบดูดซึมของ Johnson Controls ในพิมพ์เขียวศูนย์ข้อมูลขนาด 1 กิกะวัตต์ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนพลังงาน 57% ที่มักสูญเสียไปเป็นความร้อนเหลือทิ้งจากการผลิตไฟฟ้าภายในศูนย์ให้กลายเป็นการทำความเย็นที่เกิดประโยชน์ ซึ่งช่วยให้สามารถเพิ่มความสามารถในการประมวลผล AI ได้สูงสุดถึง 97 เมกะวัตต์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีอยู่ พร้อมกับลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบทำความเย็นลงได้สูงสุดถึง 44%
"การตอบสนองความต้องการด้านการประมวลผลขั้นสูงจำเป็นต้องใช้กระบวนทัศน์ใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน" Austin Domenici ประธานฝ่ายโซลูชันศูนย์ข้อมูลของ Johnson Controls กล่าว "ในขณะที่ปริมาณงานของ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังการประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังด้วย Johnson Controls ได้นำความเชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศการจัดการความร้อนแบบครบวงจรมาปรับใช้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการสำรวจ และตรวจสอบแนวทางใหม่ๆ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่จะสามารถรองรับอนาคตของเทคโนโลยี AI ได้"
สร้างสรรค์แพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับนวัตกรรม
นอกเหนือจากการประเมินเทคโนโลยีแห่งอนาคตแล้ว STDCT 2.0 ยังสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือในอุตสาหกรรมอีกด้วย Johnson Controls และ NUS CDE จะร่วมกันเพิ่มโอกาสสำหรับการวิจัยขั้นสูง การฝึกอบรมบุคลากร นวัตกรรม และการแบ่งปันความรู้เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล
"ในขณะที่ AI ขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานระลอกใหม่ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก การยกระดับการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมจะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการตอบสนองการเติบโตดังกล่าวอย่างมีความรับผิดชอบ" Ali Badreddine รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโซลูชันศูนย์ข้อมูลเอเชียแปซิฟิกของ Johnson Controls กล่าว "โครงการ STDCT 2.0 ได้ผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI ทั่วประเทศสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในวงกว้าง"
"AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการออกแบบศูนย์ข้อมูลในระดับพื้นฐาน โดยความหนาแน่นของชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากทำให้เกิดความต้องการด้านระบบทำความเย็น พลังงาน การควบคุม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพที่สูงเป็นประวัติการณ์" ศาสตราจารย์ Lee Poh Seng ผู้อำนวยการโครงการ Sustainable Tropical Data Centre Testbed และหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล แห่ง NUS CDE กล่าว "โครงการ STDCT 2.0 ได้รับการออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามเทคโนโลยีแบบแยกส่วน และทำการประเมินว่าระบบเหล่านี้จะสามารถบูรณาการ และปรับให้เหมาะสมในฐานะแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเดียว ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานแบบเขตร้อนในสถานการณ์จริงได้อย่างไร สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ Johnson Controls ได้นำความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งด้านการจัดการความร้อน ระบบควบคุม และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับวิกฤตมาปรับใช้ โดยเรามีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นโซลูชันที่ผ่านการตรวจสอบและพร้อมใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรพลังงานและน้ำ ไปพร้อมกับการเสริมสร้างศักยภาพ ฐานบุคลากร และความเป็นผู้นำของสิงคโปร์ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยั่งยืน"
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นก่อนงานแสดงสินค้า Data Centre World Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 กันยายนนี้ ณ Marina Bay Sands Expo and Convention Centre ในสิงคโปร์ Johnson Controls จะจัดแสดงอยู่ที่บูธ V20 โดยจะนำเสนอประเด็นที่ว่า นวัตกรรมด้านการจัดการความร้อน ระบบควบคุม และโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถรองรับการเติบโตของ AI ไปพร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรพลังงาน ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร
เกี่ยวกับ Johnson Controls:
Johnson Controls ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการความร้อน ระบบอาคารที่มีความสำคัญระดับวิกฤต ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ตลอดจนดำเนินงานด้วยความแม่นยำและยืดหยุ่นตามที่จำเป็นในอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น ศูนย์ข้อมูล การดูแลสุขภาพ เภสัชกรรม การผลิตขั้นสูง และอุดมศึกษา
Johnson Controls ได้ส่งมอบประสิทธิภาพในจุดที่มีความสำคัญอย่างแท้จริงมาเป็นเวลากว่า 140 ปี เราจึงสามารถยกระดับผลการดำเนินงานของลูกค้า เปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นผลลัพธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าด้วยการสนับสนุนจากเทคโนโลยีขั้นสูง บริการตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และทีมงานภาคสนามชั้นนำของอุตสาหกรรม
เยี่ยมชม johnsoncontrols.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม และติดตาม @JohnsonControls บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
เกี่ยวกับโครงการ Sustainable Tropical Data Centre Testbed (STDCT 2.0):
Sustainable Tropical Data Centre Testbed (STDCT) เป็นโครงการริเริ่มการวิจัยร่วมที่นำโดย National University of Singapore (NUS) และจัดโดย College of Design and Engineering ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรม
STDCT 2.0 มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ประหยัดพลังงาน ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือภายใต้สภาพภูมิอากาศเขตร้อน โครงการนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบในสถานการณ์จริงเพื่อประเมิน ตรวจสอบ และนำนวัตกรรมที่ยั่งยืนไปใช้งาน ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและน้ำ ไปพร้อมกับการรองรับการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างหนาแน่น
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://cde.nus.edu.sg/stdct/
SOURCE Johnson Controls
Share this article