สิงคโปร์ยกระดับระบบนิเวศ AI จับมือพันธมิตรระดับโลกส่งเสริมการใช้งานจริงทั้งในภาครัฐและเอกชน
สิงคโปร์, 20 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ -- ในมหกรรมเทคโนโลยี ATxSummit 2026 ซึ่งจัดโดย Infocomm Media Development Authority of Singapore (IMDA) ณ ประเทศสิงคโปร์ Mrs Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ ได้เปิดตัวโครงการและความร่วมมือใหม่กับพันธมิตรระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้สิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลาง AI ชั้นนำของโลก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการสำรวจเครื่องมือ AI ไปสู่การสร้าง ใช้งาน และกำกับดูแลระบบ AI ที่ใช้งานจริงและส่งผลกระทบจริง โดยสอดคล้องกับแนวทางของคณะกรรมการทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ระบุว่า สิงคโปร์มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือสำหรับการพัฒนา ทดสอบ และใช้งานโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาการใช้งานจริงในวงกว้าง
รัฐบาลสิงคโปร์จับมือ 8 ผู้นำอุตสาหกรรม ร่วมวิจัย ทดสอบ และใช้งาน Physical AI ในเขต Punggol Digital District
IMDA, JTC และ Singapore Institute of Technology (SIT) ร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรม 8 ราย เพื่อนำ Physical AI มาใช้งานจริงในเขต Punggol Digital District (PDD) โดยพื้นที่ทดสอบดังกล่าวจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2569 และถือเป็นพื้นที่สาธารณะแบบผสมผสานขนาดใหญ่แห่งแรกของสิงคโปร์ที่รองรับการใช้งาน Physical AI หลายกรณีและหลายผู้ให้บริการ โดย Certis, DHL, Grab และ QuikBot จะเป็นกลุ่มแรกที่ร่วมออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และประเมินบริการหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมบริการจัดส่งอาหารและพัสดุ การทำความสะอาด และการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรมนุษย์ พื้นที่ทดสอบนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Land Transport Authority (LTA) ผ่านกรอบข้อยกเว้นบางประการภายใต้กฎหมาย Active Mobility Act
ขณะเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน Embodied AI (EAI) ของสิงคโปร์ IMDA และ National Robotics Programme (NRP) จะร่วมมือกับ FieldAI และ Thoughtworks รวมถึงบริษัทอีกหลายแห่ง เช่น Slamtec, Unitree และ QuikBot เพื่อพัฒนาและทดลองใช้งาน EAI ผ่านศูนย์แห่งใหม่ Centre for Intelligent Robotics ของ SIT ที่ตั้งอยู่ในเขต PDD
เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการวิจัย AI ของสิงคโปร์
เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิตของสิงคโปร์ NVIDIA ได้ประกาศเปิดห้องปฏิบัติการวิจัย AI ในสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นฐานวิจัยแห่งที่สองของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมุ่งพัฒนา Embodied AI และ Efficient AI ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย พันธมิตรในอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ
ห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะให้ความสำคัญกับสองส่วนหลักที่มีศักยภาพต่อภาคการผลิต ได้แก่ Embodied AI ซึ่งช่วยให้ระบบอัจฉริยะสามารถรับรู้ คิดวิเคราะห์ และปฏิบัติการในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ Efficient AI ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดต้นทุนการประมวลผล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และรองรับการขยายการใช้งาน AI ในวงกว้าง
ส่งเสริม AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ ผ่านความร่วมมือครั้งใหม่กับภาคอุตสาหกรรม
Ministry of Digital Development and Information (MDDI) และ Google ประกาศเป็นพันธมิตร AI ระดับชาติ เพื่อขยายความร่วมมือกับรัฐบาลสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายในการใช้ Frontier AI เพื่อรับมือกับความท้าทายทางสังคม พัฒนาบุคลากรที่มีความพร้อมด้าน AI ในสิงคโปร์ ตลอดจนสร้างระบบนิเวศ AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ขณะเดียวกัน MDDI และ OpenAI ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ภายใต้โครงการ "OpenAI for Singapore" เพื่อเสริมสร้างบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรม AI เชิงประยุกต์ โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรม AI เชิงประยุกต์ การพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI รวมถึงการทำให้ AI เข้าถึงได้สำหรับประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก OpenAI มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อพัฒนาระบบนิเวศ AI ของสิงคโปร์ให้ก้าวหน้าต่อไป
วางรากฐานสู่การใช้งาน AI ที่เชื่อถือได้และครอบคลุมในวงกว้าง
สิงคโปร์กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมในวงกว้างทั่วทั้งระบบนิเวศ AI เพื่อสนับสนุนการนำ AI ไปใช้งานในภาคส่วนที่ต้องการความน่าเชื่อถือในระดับสูง เช่น ภาคการเงินและภาครัฐ ซึ่งให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ การกำกับดูแล และความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด
Temus บริษัทด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่ก่อตั้งโดย Temasek เตรียมเปิดตัว AI Foundry เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ขยายการใช้งานโซลูชัน AI และพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI โดย AI Foundry จะได้รับการสนับสนุนจาก Digital Industry Singapore (DISG) และจะมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญ 50 คนเพื่อปฏิบัติงานในโครงการระดับองค์กร อาทิ โครงการด้านบริการทางการเงิน และโครงการด้านการแพทย์แม่นยำ
ส่วนทางด้าน A*STAR Institute for Infocomm Research (A*STAR I2R) กำลังอัปเดตโมเดล AI ที่เรียกว่า MERaLiON (Multimodal Empathetic Reasoning and Learning in One Network) เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ขยายกรณีการใช้งานจริง และผลักดันการใช้งานในวงกว้าง โดย MERaLiON AudioLLM v3 เวอร์ชันอัปเดตสามารถวิเคราะห์อารมณ์ น้ำเสียง และบริบททางการพูดของภาษาต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเปิดให้ใช้งานผ่านระบบคลาวด์, API และ Edge Computing รวมถึงบนอุปกรณ์ที่ใช้ชิปประมวลผล Apple Silicon เช่น Mac และ iPad
กำกับดูแล AI ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
สิงคโปร์ยังคงใช้แนวทางการกำกับดูแล AI ที่เน้นการปฏิบัติจริงและการประเมินความเสี่ยงเป็นหลัก โดยมีสองโครงการสำคัญ ดังนี้
- Updated Model AI Governance Framework for Agentic AI: กรอบการกำกับดูแลโมเดล AI สำหรับ Agentic AI ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในการประชุม World Economic Forum เมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมด้วยกรณีศึกษาจากการใช้งานจริงและแนวปฏิบัติใหม่จากองค์กรกว่า 50 แห่ง
- Google Whitepaper on AI Agents: Google ร่วมกับ CSA, GovTech Singapore และ IMDA ศึกษาแนวทางการใช้ AI Agent อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งานจริง โดยสมุดปกขาวฉบับนี้นำเสนอแนวทางสำหรับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการนำ AI Agent ไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
ในขณะที่สิงคโปร์เดินหน้าขยายระบบนิเวศ AI อย่างต่อเนื่อง โครงการเหล่านี้จะช่วยผลักดันนวัตกรรมไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้สิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลาง AI ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อให้นักวิจัย ภาคธุรกิจ และภาครัฐ สามารถพัฒนา ทดสอบ และใช้งานโซลูชัน AI ได้ในวงกว้าง
นอกจากนี้ Mrs Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ ยังได้เข้าร่วมการประชุม ASEAN-US AI Ministerial Roundtable นอกรอบงาน ATxSummit โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของประเทศอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน รัฐบาลสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้นำอุตสาหกรรมจาก Amazon และ Google เข้าร่วม การประชุมดังกล่าวถือเป็นการเปิดตัวโครงการ "The Road to 50 Years of ASEAN-US Relations" ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านอาเซียน-สหรัฐฯ โดยวาระสำคัญคือการผลักดันการใช้งาน AI อย่างครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ATxSG ได้ที่ asiatechxsg.com
สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ: [email protected]
SOURCE Infocomm Media Development Authority of Singapore
Share this article