ShardLab และ EKRAF ของอินโดนีเซียขยายความร่วมมือด้านบุคลากรบล็อกเชน ขณะที่ Protocol Camp Cohort 9 ปิดฉากลงที่บาหลี
- ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับกระทรวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของอินโดนีเซีย (EKRAF) ในงาน Southeast Asia Blockchain Week 2026 ที่กรุงเทพฯ
- Cohort 9 ซึ่งเป็นรุ่นที่สามระดับเอเชียของโครงการ สิ้นสุดบูตแคมป์ระยะเวลา 12 สัปดาห์ด้วย Final Demo ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
- เปิดรับสมัคร Cohort 10 แล้ว โดยจะเริ่มโครงการในช่วงงาน EastPoint:Seoul 2026
โซล เกาหลีใต้ และ บาหลี อินโดนีเซีย, 20 สิงหาคม 2026 /PRNewswire/ -- ShardLab ซึ่งเป็นหน่วยงานนวัตกรรมบล็อกเชนของ Hashed จะปิดฉาก Protocol Camp Cohort 9 ด้วย Final Demo ที่หาดเมลาสติ (Melasti Beach) ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 21 สิงหาคม โดยรุ่นที่สามระดับเอเชียของโครงการนี้เกิดขึ้นตามหลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับกระทรวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของอินโดนีเซีย (EKRAF) ซึ่งจัดขึ้นที่งาน Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) 2026 ในกรุงเทพฯ
ภายใต้ MoU ดังกล่าว ซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านบล็อกเชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เข้าร่วมจากอินโดนีเซียจำนวนหกคนได้เข้าร่วม Cohort 9 ของบูตแคมป์สำหรับนักพัฒนาระยะเวลา 12 สัปดาห์ของ ShardLab หลังจากผ่านกระบวนการคัดเลือกระดับนานาชาติ สำหรับอินโดนีเซีย การเข้าร่วมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันในวงกว้างเพื่อสร้างขีดความสามารถระดับชาติในด้านเทคโนโลยีการกระจายศูนย์ (Decentralized Technologies) และสินทรัพย์ดิจิทัล
ในงาน SEABW ทาง Muhammad Neil El Himam รองประธานฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี (EKRAF) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับวิธีที่บล็อกเชนและการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงให้เป็นโทเคน (RWA Tokenization) สามารถเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาของอินโดนีเซียให้เป็นสินทรัพย์ระดับน่าลงทุน (Investment-grade Assets)
"เรามองเห็นว่าบล็อกเชนเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของอินโดนีเซีย และโครงการอย่าง Protocol Camp ได้มอบเส้นทางโดยตรงสู่อุตสาหกรรมให้กับนักพัฒนาของเรา" Muhammad Neil El Himam รองประธานฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี EKRAF กล่าว
"รัฐบาลต้องการให้อินโดนีเซียไม่เป็นเพียงแค่ตลาด แต่เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม เราต้องการให้มีผู้ก่อตั้ง นักพัฒนา ครีเอเตอร์ และผู้ประกอบการชาวอินโดนีเซียมากขึ้นที่สร้างโซลูชันระดับโลก และนำทรัพย์สินทางปัญญาของอินโดนีเซียจากฮีโร่ระดับท้องถิ่นก้าวไปสู่แชมป์ระดับชาติและตลาดโลก" Teuku Riefky Harsya รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศอินโดนีเซีย กล่าว
ท่านรัฐมนตรียังเน้นย้ำด้วยว่าบล็อกเชนมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศนี้มีกลุ่มบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก ท่านชี้ให้เห็นว่าบล็อกเชนสามารถเสริมสร้างการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับสังคมได้
Cohort 9 ได้ผ่านจุดตรวจสอบ Mid Demo ในโซลเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมได้เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับการสนับสนุนเต็มรูปแบบ โดยจะจับคู่กับเมนเทอร์เฉพาะทางในแต่ละสัปดาห์ และจบโครงการด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์แทนที่จะเป็นเพียงใบรับรอง ในงาน Final Demo ที่บาหลี แต่ละทีมจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนต่อเมนเทอร์ พันธมิตร และชุมชนบล็อกเชนในภูมิภาค
โมเดลของ Protocol Camp ได้สร้างผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว โดย BeBridge ได้รับรางวัลชนะเลิศในงาน SEABW 2026 AI Hackathon และเปิดตัว DollarParking บน Google Play ซึ่งช่วยให้ผู้ถือเหรียญ Stablecoin ทั่วเอเชียสามารถใช้ USDT เพื่อลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนได้ ในขณะที่ ContentDAO ขณะนี้ได้จับคู่แคมเปญของแบรนด์กับครีเอเตอร์ในกว่า 30 ประเทศ
การเปิดรับสมัครสำหรับ Cohort 10 กำลังเปิดรับที่ protocolcamp.com จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2026 โครงการระยะเวลา 12 สัปดาห์นี้จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงงาน EastPoint:Seoul 2026 ที่กรุงโซล และเปิดรับนักพัฒนา นักออกแบบ และผู้สร้างผลิตภัณฑ์ทั่วเอเชีย ซึ่งครอบคลุมทั้งบล็อกเชนและ AI จนถึงปัจจุบัน Protocol Camp ได้คัดเลือกนักพัฒนาไปแล้วประมาณ 124 คนจากผู้สมัครราว 500 คน
"เอเชียไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้รับเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้อีกต่อไป แต่กำลังมีบทบาทเชิงรุกในการกำหนดอนาคตของตนเอง เรารู้สึกขอบคุณกระทรวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของอินโดนีเซีย (EKRAF) เป็นอย่างยิ่งสำหรับวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและการสนับสนุนในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรในท้องถิ่น ในขณะที่ Web3 และ AI กำลังบูรณาการอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาค เราตั้งเป้าที่จะทำให้ Protocol Camp เป็นพื้นที่เริ่มต้น (Launchpad) ชั้นนำที่นักพัฒนาชั้นนำจากอินโดนีเซียและทั่วเอเชียสามารถเชื่อมต่อ สร้างสรรค์ และขยายขนาดนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงบนโลกใบนี้" Hojin Kim ซีอีโอของ ShardLab กล่าว
เกี่ยวกับ ShardLab
ShardLab เป็นหน่วยงานด้านนวัตกรรมของ Hashed ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ShardLab ก่อตั้งขึ้นผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Hashed และ SCBX ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทยและบริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ โดย ShardLab มุ่งเน้นการวิจัย สร้างสรรค์ และขยายขนาดเทคโนโลยีล้ำสมัยผ่านการวิจัยและพัฒนา การสร้างธุรกิจ (Venture Building) และการพัฒนาระบบนิเวศ
ด้วยการเชื่อมโยงผู้ก่อตั้ง องค์กร นักวิจัย และสถาบันต่างๆ เข้าด้วยกัน เราเปลี่ยนแนวคิดที่กล้าหาญให้กลายเป็นนวัตกรรมในโลกแห่งความเป็นจริง ภารกิจของเราคือการเร่งการนำ AI สินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีเกิดใหม่มาใช้ ในขณะเดียวกันก็สร้างอนาคตที่เชื่อมโยงและสร้างสรรค์นวัตกรรมมากขึ้นทั่วเอเชีย
ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
Rachel Kim • Head of Marketing • [email protected]
SOURCE ShardLab
Share this article