Fair Finance Asia เรียกร้องให้ภาคธนาคารหยุดสนับสนุนเงินทุนแก่โครงการถ่านหินในอาเซียน พร้อมยกระดับมาตรการคุ้มครองทางสังคม
พนมเปญ, กัมพูชา, 6 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ -- Fair Finance Asia (FFA) และ Influencing Just Energy Transition in the ASEAN (I-JET) เรียกร้องให้ภาคธนาคารและนักลงทุนหยุดให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อขยายโครงการถ่านหิน พร้อมยกระดับมาตรการคุ้มครองทางสังคมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
FFA และ I-JET ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ Phasing out Coal, Phasing in Justice: Roadmap for Financing a Responsible Regional Coal Phase-out in Asia โดยประเมินภาพรวมของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในกัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และไทย รวมถึงในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในภาพรวม
แม้ว่าประเทศสมาชิกอาเซียนได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การระงับโครงการถ่านหิน การปรับปรุงแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ การวางแผนปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด การจัดทำ Green Taxonomy ไปจนถึงการกำหนดราคาคาร์บอน แต่รายงานระบุว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement)
นอกจากนี้ แม้ว่านโยบายจำกัดการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการถ่านหินจะเข้มงวดขึ้นทั่วโลก แต่เงินทุนยังคงไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมถ่านหินผ่านการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ รวมถึงการลงทุนในกิจกรรมเหมืองถ่านหินต้นน้ำ ขณะเดียวกัน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แม้จะถูกเสนอให้เป็นเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างถ่านหินกับพลังงานหมุนเวียน ก็ยังมีข้อเสียทั้งต้นทุนสูง ความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากสินทรัพย์ด้อยค่า และอาจทำให้ติดกับดักการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไปเป็นเวลานาน
เพื่อให้การเลิกใช้ถ่านหินเป็นไปอย่างน่าเชื่อถือและเป็นธรรม รายงานได้เสนอแนะแนวทาง ดังนี้
- ไม่พัฒนาโครงการถ่านหินใหม่ แม้เพื่อรองรับความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัล
- จัดทำแผนการยุติการใช้ถ่านหินที่มีกรอบเวลาชัดเจน สามารถบังคับใช้ได้ และมุ่งยุติการใช้ถ่านหินที่ไม่มีระบบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสิ้นเชิง
- ปลดระวางหรือปรับเปลี่ยนหน่วยผลิตทุกหน่วยอย่างถาวร ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่โครงการ
- ยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการถ่านหิน รวมถึงโครงการที่ไม่อาจแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
- กำหนดพันธกรณีด้านการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมให้มีผลผูกพันและบังคับใช้ได้
นอกจากนี้ รายงานยังเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็ง ดังนี้
- สนับสนุนรายได้ พัฒนาทักษะใหม่ และสร้างงานสีเขียวที่มีคุณภาพสำหรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ
- เคารพสิทธิของชนพื้นเมืองด้วยการปฏิบัติตามหลัก FPIC และคุ้มครองสิทธิในที่ดินของชนพื้นเมือง
- กำหนดนโยบายที่คำนึงถึงมิติทางเพศ
- คุ้มครองพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม รวมถึงผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน
Bernadette Victorio ผู้ดำรงตำแหน่ง Program Lead ของ Fair Finance Asia กล่าวว่า "บทพิสูจน์ไม่ได้อยู่ที่ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะยุติการดำเนินงานหรือไม่เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่ ด้วยการคุ้มครองสิทธิและเป็นกระบอกเสียงให้กับแรงงาน ชุมชน ผู้หญิง และชนพื้นเมือง"
Shubert Ciencia ผู้ดำรงตำแหน่ง Energy Justice and ASEAN Influencing Program Manager ของ Oxfam in Asia กล่าวว่า "ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation (APAEC) 2026-2030 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการเร่งลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ถึงเวลาแล้วที่ประเทศสมาชิกจะต้องจำกัดการลงทุนในโครงการถ่านหินที่มีอยู่ และห้ามลงทุนในโครงการใหม่"
Victoria Fanggidae ผู้ดำรงตำแหน่ง Executive Director ของ The PRAKARSA กล่าวว่า "คำมั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศไร้ความหมาย หากกระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่โครงการถ่านหิน สถาบันการเงินของอินโดนีเซียต้องหยุดเอื้อให้เกิดการขยายโครงการถ่านหิน และเปลี่ยนทิศทางเงินทุนไปสู่โครงการพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนยึดหลักสิทธิมนุษยชนและการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมในการตัดสินใจทางการเงิน"
Genalyn Arcayera-Aquino ผู้ดำรงตำแหน่ง Economic Rights Program Manager ของ Initiatives for Dialogue and Empowerment through Alternative Legal Services (IDEALS) กล่าวว่า "การให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยไม่มีแผนยุติการใช้อย่างชัดเจน ก่อให้เกิดปัญหาแบบงูกินหาง กล่าวคือ ทำให้ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศล่าช้า จึงต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป"
Yuki Tanabe ผู้ดำรงตำแหน่ง Program Director ของ Japan Center for a Sustainable Environment and Society (JACSES) กล่าวว่า "รัฐบาลนานาประเทศควรผลักดันการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด ด้วยการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และการจัดเก็บภาษีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในอัตราที่สูงขึ้น"
อ่านรายงานได้ที่ bit.ly/4wsaWt7
ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
Kyle Cruz
Influencing and Campaigning Manager
Fair Finance Asia
Shubert Ciencia
Energy Justice and ASEAN Influencing Program Manager
Oxfam in Asia
เกี่ยวกับ Fair Finance Asia
FFA เป็นเครือข่ายระดับภูมิภาคขององค์กรภาคประชาสังคมในเอเชีย มีพันธกิจในการผลักดันให้สถาบันการเงินตัดสินใจให้การสนับสนุนทางการเงินโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ fairfinanceasia.org
เกี่ยวกับ Influencing Just Energy Transition in ASEAN
I-JET เป็นโครงการความร่วมมือของหลายประเทศ ที่มุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงของทุกภาคส่วนในสังคม ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://x.com/ijet_project
SOURCE Fair Finance Asia
Share this article