ผลการศึกษาของ Ookla ในกรุงมะนิลาเผย เครือข่าย VoLTE ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือให้คุณภาพเสียงและความน่าเชื่อถือเหนือกว่าแอป OTT
มะนิลา, ฟิลิปปินส์, 27 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — ผลการทดสอบเครือข่ายภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างครอบคลุมของ Ookla พบว่า เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบดั้งเดิมของผู้ให้บริการสามารถมอบประสบการณ์การสนทนาด้วยเสียงที่เหนือกว่าแอปพลิเคชันแบบ Over-the-Top (OTT) เช่น WhatsApp อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านคุณภาพเสียง ความสามารถในการใช้งานในพื้นที่สัญญาณอ่อน และความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อสาย
การศึกษาซึ่งประเมินเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ 3 รายในฟิลิปปินส์ ได้แก่ Smart Communications, Globe Telecom และ DITO Telecommunity แสดงให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐาน VoLTE (Voice over LTE) ที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับการสื่อสารด้วยเสียงที่มีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอ โดยให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าบริการโทรด้วยเสียงผ่านแอป OTT
การโทรผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการให้เสียงระดับ HD อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่แอป OTT ให้คุณภาพเพียงระดับปานกลาง
ผลการศึกษาพบความแตกต่างด้านคุณภาพเสียงอย่างชัดเจน โดยการโทรผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการให้คุณภาพเสียงระดับ HD อย่างต่อเนื่อง ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ "Good" (คะแนนมากกว่า 4.0) ถึง "Excellent" (มากกว่า 4.3) ทั้งในทั้งสามเครือข่าย ขณะที่การโทรผ่านแอป OTT ได้คะแนนเพียงระดับ "Fair" (ต่ำกว่า 4.0) ด้าน Smart และ DITO มีคะแนน MOS สูงกว่า Globe เนื่องจากใช้ EVS codec ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเข้ารหัสเสียงขั้นสูงที่ให้คุณภาพเสียงดีกว่า AMR-WB ที่ Globe ใช้งาน
ในทางกลับกัน แอป OTT ส่งข้อมูลเสียงในรูปแบบแพ็กเก็ตข้อมูลทั่วไป ซึ่งขึ้นอยู่กับการรับส่งข้อมูลแบบ best-effort บนอินเทอร์เน็ต แม้ผู้ให้บริการจะมีการปรับแต่งเครือข่ายแล้วก็ตาม การโทรผ่าน OTT ก็ยังขาดการรับประกันคุณภาพการเชื่อมต่อ (QoC) ที่เข้มงวด เมื่อเครือข่ายมีความหนาแน่น สัญญาณอ่อน การสูญหายของแพ็กเก็ตสูง หรือมีค่าความแปรผันของความล่าช้าในเครือข่ายมาก คุณภาพเสียงของ OTT จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ VoLTE ใช้ช่องสัญญาณเฉพาะที่ให้ความสำคัญกับการรับส่งข้อมูลเสียง จึงสามารถรักษาคุณภาพเสียงได้ดีกว่า
VoLTE รักษาคุณภาพเสียงระดับ HD ได้แม้ในพื้นที่สัญญาณอ่อน ขณะที่ OTT มีคุณภาพลดลง
ช่องว่างด้านประสิทธิภาพยิ่งชัดเจนขึ้นในบริเวณขอบเขตของสถานีฐาน ซึ่งมีความแรงสัญญาณต่ำ โดยภายใต้สภาวะสัญญาณระดับปานกลางถึงต่ำ (RSRP ≤ -100 dBm) การโทรผ่าน VoLTE ยังคงรักษาคุณภาพเสียงระดับ HD ได้
ในทางตรงกันข้าม การโทรผ่านแอป OTT มีคุณภาพลดลงจากระดับ "Fair" ไปสู่ระดับ "Poor" (คะแนนต่ำกว่า 3.6) และอาจลดลงถึงระดับ "Bad" (ต่ำกว่า 3.0) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้งานในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางสัญญาณหรืออยู่ห่างจากเสาส่งสัญญาณ โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าช่องสัญญาณเฉพาะสำหรับบริการเสียงของ VoLTE สามารถรักษาคุณภาพการสนทนาได้ในขณะที่การส่งข้อมูลแบบ best-effort (ที่แอป OTT ใช้) ไม่สามารถทำได้
VoLTE ให้การเชื่อมต่อสายที่เชื่อถือได้มากกว่า OTT
ความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อยังเป็นอีกจุดเด่นของ VoLTE โดยผลการศึกษาพบว่า VoLTE มีอัตราการเชื่อมต่อสายไม่สำเร็จ (Call Setup Failure Rate) ต่ำกว่าบริการ OTT อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น Globe มีอัตราการเชื่อมต่อสายไม่สำเร็จของ VoLTE ต่ำเพียง 0.47% เมื่อเทียบกับ 1.64% สำหรับบริการ OTT แนวโน้มดังกล่าวพบในผู้ให้บริการทุกราย สะท้อนให้เห็นว่าโปรโตคอลการส่งสัญญาณเฉพาะของ VoLTE เช่น SIP ที่ได้รับการปรับแต่ง และ SRVCC ช่วยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรกว่าการส่งข้อมูลแบบ best-effort ของแอป OTT
ก้าวต่อไป: สร้างรากฐาน VoLTE เพื่อรองรับบริการเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ในขณะที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (NTC) กำหนดให้ยุติการให้บริการเครือข่าย 3G ภายในเดือนธันวาคม 2569 อุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องเร่งขยายการให้บริการ VoLTE ให้ครอบคลุม พร้อมผลักดันให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนมาใช้บริการดังกล่าว ในอนาคต การผสานเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเสียงเข้ากับ AI จะกลายเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เครือข่าย VoLTE ที่มีประสิทธิภาพสูงถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ผู้ให้บริการจึงควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน VoLTE อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการผสานเทคโนโลยี AI และยกระดับประสบการณ์การสื่อสารด้วยเสียงอัจฉริยะในยุคถัดไป
SOURCE Ookla
Share this article