ZTE ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมในงาน GSMA M360 LATAM 2026 มุ่งขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างโมเดลธุรกิจแห่งอนาคต ผ่านการผสานรวมแบบสองทางระหว่าง AI และเครือข่าย
- ZTE เจาะลึกการวิเคราะห์มูลค่าทางอุตสาหกรรมของการผสานรวมแบบสองทางระหว่าง AI และเครือข่าย
- ZTE เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดลาตินอเมริกา พร้อมเร่งส่งมอบโซลูชัน ICT แบบครบวงจรที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในท้องถิ่นสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์
เม็กซิโกซิตี้ 18 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ -- ZTE Corporation (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบบูรณาการชั้นนำระดับโลกได้เข้าร่วมงาน GSMA M360 LATAM 2026 โดยภายในงาน Chen Zhiping ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายระบบนิเวศระหว่างประเทศของ ZTE ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Driving Future Business Model Restructuring — AI & Network Two-Way Integration" (ขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างโมเดลธุรกิจแห่งอนาคต — การผสานรวมแบบสองทางระหว่าง AI และเครือข่าย)
Chen ได้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับมูลค่าทางอุตสาหกรรมของการผสานรวมแบบสองทางระหว่าง AI และเครือข่าย พร้อมทั้งแบ่งปันความสำเร็จของ ZTE ในตลาดลาตินอเมริกาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ตลอดจนแนวปฏิบัติอันทันสมัยในการพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายแบบ AI เนทีฟ และโซลูชันอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายในลาตินอเมริกาสามารถยกระดับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ จากการเป็นเพียง "ผู้ให้บริการเชื่อมต่อ" สู่การเป็น "ผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัล" ได้อย่างสมบูรณ์
ZTE ได้ประกาศวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกไปเมื่อปี 2568 ว่า "All in AI, AI for All, Becoming a Leader in Connectivity and Intelligent Computing" (มุ่งสู่ AI ในทุกมิติ, AI เพื่อทุกคน, ก้าวสู่ผู้นำด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัจฉริยะ) ท่ามกลางกระแสคลื่นความร้อนแรงของอุตสาหกรรม AI ซึ่ง Chen ได้ระบุว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีความสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับแนวคิดหลักของการประชุมสุดยอด GSMA ในครั้งนี้ โดยในอนาคต ZTE จะก้าวข้ามบริการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบดั้งเดิม พร้อมเดินหน้าอัปเกรดขีดความสามารถของเครือข่ายขั้นพื้นฐาน และขยายขอบเขตการวางรากฐานธุรกิจ AI และการประมวลผลอัจฉริยะอย่างรอบด้าน โดย ZTE จะร่วมสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่ก้าวทันยุคแห่ง AI พร้อมปลุกพลังขับเคลื่อนการเติบโตครั้งใหม่ให้แก่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของลาตินอเมริกา ผ่านโมเดลการผสานรวมแบบสองทางที่ AI ช่วยเพิ่มศักยภาพให้เครือข่าย และเครือข่ายช่วยสนับสนุน AI
ทั้งนี้ ZTE เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดเครือข่ายแบบ AI เนทีฟ ในด้านการอัปเกรดเครือข่ายที่ใช้งาน AI โดยการฝังขีดความสามารถของ AI ลงในทุกชั้นสถาปัตยกรรมและทุกกระบวนการของเครือข่ายเพื่อรีดประสิทธิภาพเครือข่ายออกมาให้ได้สูงสุด และคุ้มค่าต้นทุนที่สุด ในส่วนของเครือข่ายไร้สายนั้น อุปกรณ์ 5G BBU รุ่นใหม่ของ ZTE ได้รวมเอาขีดความสามารถในการประมวลผลอัจฉริยะแบบเนทีฟเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของทรัพยากรฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างชัดเจน และส่งผลให้อัตรารับส่งข้อมูลของสถานีฐานเพิ่มขึ้นถึง 20% ในขณะเดียวกัน การผสานพลังระหว่างเครื่องขยายสัญญาณประสิทธิภาพสูง Super-N และเทคโนโลยีการปรับแต่งอัจฉริยะด้วย AI ยังช่วยให้สามารถลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ลงได้ถึง 38% ซึ่งในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ AAU และ RRU ที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำไปใช้งานในวงกว้างแล้วในหลายประเทศของลาตินอเมริกา อาทิ ชิลี เอกวาดอร์ โบลิเวีย บราซิล และเปรู โดยมียอดติดตั้งรวมแล้วกว่า 37,000 ชุด ซึ่งช่วยให้ผู้ให้บริการในท้องถิ่นประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายล้านดอลลาร์ต่อปี และบรรลุเป้าหมายการอัปเกรดเครือข่ายที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
AIR Net ที่มีรากฐานจากเทคโนโลยี AI เนทีฟได้ช่วยให้การเปิดตัวเครือข่าย "ขับเคลื่อนอัตโนมัติ" ในเชิงพาณิชย์เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งช่วยพลิกโฉมโมเดลการดำเนินงาน และการบำรุงรักษาของผู้ให้บริการเครือข่ายไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวมลงได้อีกด้วย โซลูชันนี้ได้รับการติดตั้งใช้งานจริงเชิงพาณิชย์แล้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก และในปัจจุบัน ขีดความสามารถด้านเครือข่ายอัจฉริยะของ ZTE ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ L4 จากสมาคม TM Forum เป็นที่เรียบร้อย และระบบ Co-Claw ซึ่งเป็นเอเจนท์อัจฉริยะระดับองค์กรที่ ZTE พัฒนาขึ้นเอง ก็ได้ถูกนำมาใช้งานภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยยกระดับระบบอัตโนมัติและความเป็นอัจฉริยะของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมหนุนให้ผู้ให้บริการเครือข่ายก้าวไปสู่ระบบเครือข่ายอัจฉริยะขั้นสูง
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ซับซ้อนและหลากหลายในภูมิภาคลาตินอเมริกา ZTE ยังคงเดินหน้าส่งมอบโซลูชันการครอบคลุมเครือข่ายที่ปรับตามสถานการณ์จริงเพื่อทลายช่องว่างทางดิจิทัลในภูมิภาค โดยในสถานการณ์พื้นที่ในร่ม ZTE ได้จับมือกับบริษัท Millicom ของชิลี เพื่อติดตั้งโซลูชัน Qcell ซึ่งช่วยให้เครือข่ายระดับกิกะบิตมีความเสถียรทั่วทั้งอาคาร ส่วนในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล ZTE ได้ร่วมมือกับบริษัท Claro ของบราซิล ในการนำ RuralPilot โซลูชันเครือข่ายชนบทที่เรียบง่ายไปใช้งาน ซึ่งสามารถทลายความท้าทายด้านการกระจายสัญญาณในพื้นที่กว้างใหญ่ของผืนป่าแอมะซอนได้สำเร็จ โดยมาพร้อมจุดเด่นด้านต้นทุนที่ต่ำและง่ายต่อการบำรุงรักษา นอกจากนี้ ZTE ยังมีโซลูชันเครือข่ายในบ้านที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านระบบเครือข่ายของแต่ละภูมิภาคและแต่ละสถานการณ์ในลาตินอเมริกาได้อย่างแม่นยำ
Chen Zhiping กล่าวทิ้งท้ายว่า ZTE จะยังคงดำเนินธุรกิจในตลาดลาตินอเมริกาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมและการผสานรวมแบบสองทางระหว่าง AI และเครือข่ายให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ตลอดจนมุ่งมั่นนำเสนอโซลูชัน ICT แบบครบวงจรที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และฉลาดล้ำเพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายในท้องถิ่นสามารถเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับจากผู้ให้บริการเชื่อมต่อแบบดั้งเดิมสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมตอบสนองความต้องการอัจฉริยะของภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนในทุกรูปแบบอย่างครอบคลุม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแห่งใหม่ในลาตินอเมริกาที่ชาญฉลาด ทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืนสืบไป
สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ZTE Corporation
ฝ่ายการสื่อสาร
อีเมล: [email protected]
SOURCE ZTE Corporation
Share this article