Huawei SPN ช่วย Yunnan Power Grid สร้างเครือข่ายรับส่งข้อมูลความเร็วสูงรุ่นใหม่
คุนหมิง ประเทศจีน 6 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ -- บริษัท Yunnan Power Grid Co., Ltd. (Yunnan Power Grid) ในฐานะศูนย์กลางพลังงานที่สำคัญทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้รับมอบหมายให้ส่งมอบพลังงานสะอาดขนาดใหญ่และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ทว่าสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของภูมิภาคนี้และสายส่งที่ยาวไกล ได้ทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นไปอย่างท้าทาย ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลและระบบอัจฉริยะนั้นมีความจำเป็นเร่งด่วนยิ่งขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของข้อมูลการผลิตและสถานการณ์การบริการที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นต่อเครือข่ายสื่อสารพื้นฐาน
ความท้าทายด้านการรับส่งข้อมูลเครือข่ายในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และระบบอัจฉริยะของอุตสาหกรรมพลังงาน
Yunnan Power Grid ได้เลือกใช้เทคโนโลยี SPN ในจัดการกับปัญหาเหล่านี้ พร้อมขับเคลื่อนวิวัฒนาการของโครงข่ายรับส่งข้อมูลยุคใหม่ ซึ่งโดยบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 และ 15 ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในวงกว้างทั่ว 16 เมือง เพื่อวางรากฐานการสื่อสารสำหรับสองทศวรรษข้างหน้า ซึ่ง Huawei ได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรหลักในการยกระดับบริการด้านพลังงานไฟฟ้าเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้
ผลประโยชน์สองต่อ: ประสบการณ์ขั้นสุด และมูลค่าระยะยาว
เทคโนโลยี SPN ได้วิวัฒนาการจากการทดสอบทางเทคนิคในฐานะโครงการนำร่องในปี 2565 สู่การเป็นสถาปัตยกรรมมาตรฐานทั่วมณฑลยูนนาน และในปัจจุบัน ยังได้มีการปรับใช้ SPN ในเมืองจาวทงและเมืองผูเอ่อร์ เพื่อช่วยปลดล็อกศักยภาพของโครงข่ายรับส่งข้อมูลยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย
ประการแรก การแก้ไขปัญหาคอขวดของแบนด์วิดท์ โครงข่าย SPN ยุคใหม่ช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดของแบนด์วิดท์ที่มีข้อจำกัดด้านความจุเดิมอยู่ที่ 155 Mbit/s–10 Gbit/s โดยอุปกรณ์ SPN ได้ช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์ในชั้นการเข้าถึง (สถานีไฟฟ้าต้นทาง, สถานีไฟฟ้า, ศูนย์บริการลูกค้า) เป็น 1 Gbit/s ตามมาตรฐานของ China Southern Power Grid ส่วนชั้นการรวมข้อมูลและชั้นแกนหลักยังสามารถขยายได้ถึง 50 Gbit/s หรือ 100 Gbit/s ตามขนาดพื้นที่และบริการ โซลูชันนี้ยังรองรับช่องสัญญาณแบบฮาร์ดไปป์ที่มีความละเอียดระดับ 10 Mbit/s เพื่อแยกสายส่งไฟฟ้าเฉพาะออกจากกันแบบต้นทางถึงปลายทาง พร้อมรองรับบริการที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง เช่น การส่งสัญญาณกล้องวงจรปิด และช่วยให้สามารถพัฒนาระบบไปได้อย่างราบรื่น
ประการที่สอง การอัปเกรดแบนด์วิดท์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ และการบำรุงรักษาขึ้นอย่างมาก โซลูชัน SPN ของ Huawei ช่วยให้สามารถตรวจสอบ SLA แบบเรียลไทม์ได้ (ความหน่วงแฝง และอัตราข้อมูลสูญหาย) และระบุตำแหน่งข้อผิดพลาดได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของอุปกรณ์ SDH ได้ ตัวอย่างเช่นที่ Qujing Power Supply Bureau เวลาในการตรวจสอบแต่ละครั้งลดลงจาก 30 นาที เหลือเพียง 3 นาที และการบำรุงรักษาเต็มวงจรลดลงจากกว่า 7 ชั่วโมง เหลือเพียง 21 นาที นอกจากนี้ ศูนย์บริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ยังสามารถตรวจพบข้อบกพร่องสำคัญได้เร็วขึ้น 15 วันผ่านจุดตรวจสอบที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดการลงพื้นที่จริงจาก 112 ครั้งเหลือ 61 ครั้ง หรือลดลงถึง 45.54% ภายในหกเดือน
ประการที่สาม การยกระดับความชาญฉลาดของระบบจัดส่งบริการ โซลูชัน SPN ของ Huawei รองรับบริการไฟฟ้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบป้องกันและสั่งการที่ไวต่อค่าความหน่วง ไปจนถึงการรับส่งวิดีโอที่มีปริมาณข้อมูลมหาศาลได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยโซลูชันดังกล่าวได้ใช้การแบ่งส่วนเครือข่าย FlexE ทั้งแบบคงที่และยืดหยุ่นเพื่อช่วยให้แยกส่วนบริการได้อย่างเข้มงวด พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้แบนด์วิดท์ซ้ำในเวลาเดียวกัน ส่วนระบบ IPv4/IPv6 แบบสแต็กคู่จะช่วยให้การส่งต่อข้อมูลในท้องถิ่นมีความยืดหยุ่น และเข้าถึง IoT ได้ง่ายขึ้น เช่น การตรวจสอบสายส่งและการรวมระบบแหล่งจ่าย-โครงข่าย-โหลด-ระบบจัดเก็บพลังงาน
ประการสุดท้าย โซลูชัน SPN มอบการคุ้มครองการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ด้วยขีดความสามารถในการพัฒนาไปสู่ระดับความเร็ว 25 Gbit/s จนถึง 400 Gbit/s ผ่านการอัปเกรดต้นทุนต่ำ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับรายละเอียดโซลูชันเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ::
https://e.huawei.com/en/case-studies/industries/grid/202604-yunnan-power-grid-spn
SOURCE Huawei
Share this article